ข้อสังเกตเกี่ยวกับการปูพื้น

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการปูพื้นและการเลือกใช้วัสดุปูพื้น

1. การเลือกวัสดุปูพื้นไม่ควรจะมองในแง่ของความสวยงามเพียงอย่างเดียวแต่ควรมองในแง่ของประโยชน์ใช้สอยและการดู แลรักษาด้วย เช่น บริเวณที่อาจมีการเปียกน้ำได้ง่าย หรือมีความเสี่ยง ต่อการเกิดน้ำท่วมก็ไม่ควรปูพื้นด้วยพรมหรือไม้ปาร์เกต์ บริเวณที่จะต้องถูกน้ำอยู่เสมอและเสี่ยงต่อการลื่นหกล้มเช่นห้องน้ำก็ไม่ควรปูพื้นด้วยหินหรือกระเบื้องที่มีผิวลื่นเป็นมัน หรือบริเวณ ที่อาจเลอะเทอะเปรอะเปื้อนได้ง่ายหรือเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยเช่นห้องครัวก็ไม่ควรปูพื้นด้วยพรมเพราะพื้นพรมทำความสะอาดยาก และติดไฟง่าย เป็นต้น


2. กระเบื้องเคลือบสำหรับปูพื้นหรือบุผนังตามท้องตลาดจะมีอยู่ 2 เกรดเนื่องจากการควบคุมคุณภาพในการผลิตกระเบื้องทำ ได้ยาก ดังนั้นจะมีกระเบื้องบางส่วนที่มีคุณภาพด้อยกว่ามาตรฐานในทุกๆ รุ่น ของการผลิต กระเบื้องที่มีคุณภาพดี มีขนาด รูปทรง สีสัน และลักษณะผิวตามที่กำหนดจะถูกคัดไปไว้เป็นกระเบื้องเกรด A ส่วนกระเบื้องที่มีขนาด รูปทรง และสีสันที่ผิดเพื้ยนไปบ้าง หรืออาจมี รอยตำหนิที่ผิวกระเบื้องบ้างแต่มิได้เกิดการแตกหักชำรุดจะถูกคัดไว้เป็นกระเบื้องเกรด B ซึ่งมีราคาถูกกว่า เวลานำไปปูพื้นต่อเนื่อง กัน การใช้กระเบื้องเกรด A จะให้สีสันและแนวรอยต่อของ เส้นที่สม่ำเสมอกว่าและให้พื้นผิวที่ดูเรียบร้อยกว่าการใช้กระเบื้องเกรด B มาก เวลาดูบ้านหรือตรวจสอบการก่อสร้างบ้านจึงควรตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้ด้วยว่ามีการนำกระเบื้องคนละเกรดมาใช้แทนกันบ้างหรือ ไม่


3. ในกรณีที่มีการปูกระเบื้องเคลือบในห้องน้ำ ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นการปูกระเบื้องพื้นและบุกระเบื้องผนังควบคู่กันไป การปู กระเบื้องดังกล่าว มักจะต้องวางแนวรอยต่อของกระเบื้องปูพื้น และกระเบื้องบุผนัง ให้เป็นแนวเดียวกันเพื่อความสวยงาม การเลือก กระเบื้องปูพื้นและกระเบื้องบุผนังควรจะใช้กระเบื้องยี่ห้อเดียวกันหรือถ้าจะใช้กระเบื้องต่างยี่ห้อกันเนื่องจากต้องการเลือกสีสัน และ ลวดลายที่ถูกใจก็ควรจะมี การทดสอบเปรียบเทียบตัวอย่างก่อนว่า กระเบื้องทั้ง 2 ยี่ห้อที่จะนำมาปูด้วยกันนั้นมีขนาดเท่ากันหรือไม่ เมื่อ นำมาปูแล้วสามารถรักษาระยะของรอยต่อ และความต่อเนื่อง ของแนวเส้นให้ดูสวยงาม กลมกลืนกันได้หรือไม่ เพราะมีอยู่บ่อยครั้งที่ผู้ ปลูกบ้านนำกระเบื้อง 2 ยี่ห้อมาใช้ด้วยกันโดยไม่ได้เทียบขนาดก่อน ปรากฎว่ากระเบื้องทั้ง 2 ยี่ห้อมีขนาดผิดเพี้ยนกันมากถึงแม้ว่า จะมีการระบุขนาดโดยทั่วไปว่าเป็นขนาดเดียวกันก็ตามทำให้ไม่สามารถรักษาความกว้างของรอยต่อและความต่อเนื่องของแนวเส้นไว้ ได้เมื่อนำมาปูพื้นและบุผนังเรียงกัน ผลงานที่ออกมาจึงดูไม่สวยงาม


4. ในกรณีที่มีการปูกระเบื้อง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบสีสัน หรือลวดลายใดก็ตามควรจะมีการเก็บกระเบื้องแต่ละอย่างสำรองไว้ บ้างประมาณ 3-5 % ของกระเบื้องชนิดนั้นที่นำมาใช้ เพราะกระเบื้องทุกชนิด มีโอกาสที่จะแตกชำรุดได้เมื่อถูกกระทบกระแทกโดย เฉพาะบริเวณที่มีการใช้งานมากอาจมีการชำรุดบ่อย หรือกระเบื้องที่มีลวดลายสีสันแปลกๆ อาจจะต้องเก็บสำรองไว้มากสักหน่อย เพราะถ้าอนาคตผู้ผลิตเลิกผลิตกระเบื้องชนิดนั้นแล้วจะไม่สามารถหากระเบื้องที่เข้าชุดกันสำหรับใช้ในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแทน กระเบื้องที่ชำรุดได้


5. ในกรณีของการปูพื้นปาร์เก พื้นคอนกรีตด้านล่างจะต้องได้ระดับและมีความเรียบเสมอ และก่อนการปูพื้นปาร์เกต์จะ ต้องทำความสะอาดผิวพื้นเดิมและสกัดเศษปูนตามผิวพื้นออกให้หมด เพื่อให้ชิ้นไม้ปาร์เกต์สามารถวางได้แนบสนิทกับผิวพื้นคอน กรีต ไม่เกิดการกระดกหรือเกิดช่องว่างขึ้นด้านล่าง เพราะการปูปาร์เกต์จะใช้กาวเป็นตัวยึดระหว่างพื้นคอนกรีตและชิ้นไม้เท่านั้น ถ้าการปูไม่แนบจะทำให้การเกาะยึดไม่แข็งแรงอาจเกิดการหลุดล่อนได้ง่าย อีกประการหนึ่งหลังจากการปูพื้นปาร์เกต์แล้วจะต้อทิ้งไว้ ประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนทำการขัดผิว เพื่อให้กาวแข็งตัวเต็มที่ถ้าเร่งงานในช่วงนี้เกินไป อาจทำให้พื้นที่ปูไว้เกิดการหลุดล่อนได้เช่นกัน


6. ไม้ปาร์เก้ ตามท้องตลาดนอกจากจะใช้วัสดุจากไม้หลายชนิดแล้ว ยังมีการแบ่งเกรดต่าง ๆ ตามคุณภาพของไม้ด้วย ปาร์เกต์ที่มีคุณภาพดีจะมีเนื้อไม้ที่อยู่ในสภาพดี มีรอยแตกหรือบิ่นน้อย มีตาไม้น้อย มีลายไม้น้อย มีลายไม้และสีสันสวยงาม ไม้ดัง กล่าวอาจระบุเป็นเกรด AAA หรือ AA ส่วนไม้ที่มีคุณภาพรองลงไปก็อาจจะระบุเป็นเกรด A หรือ B ซึ่งไม้ปาร์เกต์ต่างเกรดกันจะมี ราคาที่แตกต่างกันมากพอสมควร ไม้ชนิดเดียวกันและเกรดเดียวกันแต่มาจากคนละแหล่งก็ยังอาจมีคุณภาพไม่เท่ากันได้ ฉะนั้นการ เลือกไม้ปาร์เกต์นอกจากจะต้องดูเกรดแล้ว ยังต้องดูตัวอย่างสภาพจริงของไม้และแหล่งที่มาประกอบกันด้วย


7. การใช้ไม้ปาร์เก้ปูพื้น ถึงแม้จะเลือกใช้ไม้ในเกรดที่มีคุณภาพดีก็ตามเนื่องจากไม้ที่นำมาใช้ปูพื้นในแต่ละบ้านมีจำนวน มากชิ้นย่อมมีชิ้นไม้ที่มีคุณภาพไม่ดีหรือมีลวดลายสีสันที่ไม่สวยงามปนเข้ามาด้วย ช่างปูพื้นปาร์เกต์ที่มีความประณีตอาจช่วยได้โดย การคัดชิ้นไม้ที่มีคุณภาพดีและสวยงามนำไปปูพื้นในห้องที่มีการใช้งานบ่อยหรือต้องการออกหน้าออกตา เช่น ห้องรับแขกหรือห้องชั้น ล่าง ขณะที่นำชิ้นไม้ที่มีคุณภาพด้อยกว่าปูไว้ในห้องนอนชั้นบนหรือในบริเวณที่คาดว่าจะวางตู้หรือเตียงทับลงไป เช่นนี้ภาพลักษณ์ที่ ปรากฎโดยรวมก็จะดูดีและสวยงามมากขึ้นโดยที่ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เพียงแต่ลงแรงเพิ่มขึ้นบ้างเท่านั้น ซึ่งการแก้ปัญหาในกรณีนี้จะ สำเร็จลงด้วยดีก็ต้องอาศัยเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาที่คอยสอดส่องดูแลและพูดคุยขอความร่วมมือจากช่างปูปาร์เกต์ก่อนที่จะทำการ ปูลงไป แต่สำหรับบางคนที่ไม่มีเวลาหรือไม่พิถีพิถันในสิ่งเหล่านี้ก็อาจจะปล่อยเลยตามเลย เพราะผลเสียที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงแง่ความ สวยงามเท่านั้น




Read more: http://www.novabizz.com/CDC/Process24.htm#ixzz29LQkHDDP



บทความที่เกี่ยวข้อง


งานพื้น